Էջմիածնի Մայր Տաճար
( อาสนวิหารแอจมียัตซิน )อาสนวิหารแอจมียัตซิน (อังกฤษ: Etchmiadzin Cathedral; อาร์มีเนีย: Էջմիածնի մայր տաճար, Ēǰmiatsni mayr tačar) เป็นอาสนวิหารหลักของคริสตจักรอัครสาวกอาร์มีเนีย ตั้งอยู่ในเมืองวาการ์สชาพัต จังหวัดอาร์มาวีร์ ประเทศอาร์มีเนีย นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอาสนวิหารแห่งแรกที่สร้างขึ้นในพื้นที่ของอาร์มีเนียโบราณ และมักถือกันว่าเป็นหนึ่งในอาสนวิหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
โบสถ์หลังเดิมสร้างขึ้นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 ระหว่างปี ค.ศ. 301 ถึง 303 ตามธรรมเนียม สร้างขึ้นโดยนักบุญองค์อุปถัมภ์ของประเทศอาร์มีเนีย นักบุญเกรกอรี ผู้นำความกระจ่าง ตามหลังการรับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำรัฐโดยพระเจ้าเตอร์ดัตที่ 3 แห่งอาร์มีเนีย ตัวโบสถ์สร้างขึ้นทับวิหารของเพกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากการนับถือลัทธิเพกันไปสู่ศาสนาคริสต์ โครงหลักของโบสถ์หลังปัจจุบันสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 483/4 โดยวาฮัน มามีกอนียัน หลังโบสถ์หลังเดิมถูกทำลายระหว่างการรุกรานของพวกเปอร์เซีย
ถึงแม้อาสนวิหารนี้ไม่เคยสูญเสียความสำคัญลง แต่ตัวอาคารก็ถูกทิ้งและขาดการดูแล...อ่านต่อ
อาสนวิหารแอจมียัตซิน (อังกฤษ: Etchmiadzin Cathedral; อาร์มีเนีย: Էջմիածնի մայր տաճար, Ēǰmiatsni mayr tačar) เป็นอาสนวิหารหลักของคริสตจักรอัครสาวกอาร์มีเนีย ตั้งอยู่ในเมืองวาการ์สชาพัต จังหวัดอาร์มาวีร์ ประเทศอาร์มีเนีย นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอาสนวิหารแห่งแรกที่สร้างขึ้นในพื้นที่ของอาร์มีเนียโบราณ และมักถือกันว่าเป็นหนึ่งในอาสนวิหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
โบสถ์หลังเดิมสร้างขึ้นในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 ระหว่างปี ค.ศ. 301 ถึง 303 ตามธรรมเนียม สร้างขึ้นโดยนักบุญองค์อุปถัมภ์ของประเทศอาร์มีเนีย นักบุญเกรกอรี ผู้นำความกระจ่าง ตามหลังการรับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำรัฐโดยพระเจ้าเตอร์ดัตที่ 3 แห่งอาร์มีเนีย ตัวโบสถ์สร้างขึ้นทับวิหารของเพกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากการนับถือลัทธิเพกันไปสู่ศาสนาคริสต์ โครงหลักของโบสถ์หลังปัจจุบันสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 483/4 โดยวาฮัน มามีกอนียัน หลังโบสถ์หลังเดิมถูกทำลายระหว่างการรุกรานของพวกเปอร์เซีย
ถึงแม้อาสนวิหารนี้ไม่เคยสูญเสียความสำคัญลง แต่ตัวอาคารก็ถูกทิ้งและขาดการดูแลเป็นเวลานับศตวรรษ ในปี ค.ศ. 1441 โบสถ์ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เป็นคาทอลิโกเซต และยังคงมีหน้าที่ดังนี้จนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่การโยกย้ายศูนย์กลางบริหารของคริสตจักรอาร์มีเนียไปที่อาณาจักรพระมารดาแอจมียัตซินศักดิ์สิทธิ์ อาสนวิหารก็ถูกชาห์อับบาสที่ 1 แห่งเปอร์เซียปล้นในปี ค.ศ. 1604 ที่ซึ่งหินศักดิ์สิทธิ์และเรลิกต่าง ๆ ถูกนำไปไว้ที่โนว์โจลฟอ นับจากนั้นอาสนวิหารได้รับการทำนุบำรุงขึ้นเรื่อย ๆ หอระฆังได้ถูกนำเข้ามาติดตั้งในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17 และเมื่อปี ค.ศ. 1868 มีการสร้างห้องเก็บเครื่องพิธีที่ปลายฝั่งตะวันออกของอาสนวิหาร ปัจจุบัน อาสนวิหารประกอบด้วยองค์ประกอบจากสถาปัตยกรรมอาร์มีเนียยุคต่าง ๆ ถึงแม้จะสูญเสียความสำคัญไปในสมัยสหภาพโซเวียตเข้ายึดครอง แต่สุดท้ายก็กลับมาดำรงความสำคัญอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และตลอดมาหลังอาร์มีเนียได้รับเอกราช
อาสนวิหารนี้ถือเป็นศูนย์กลางของชาวคริสต์อาร์มีเนียทั่วโลก ที่ตั้งของแอจมียัตซินในอาร์มีเนียดำรงความสำคัญในแง่ของทางศาสนา วัฒนธรรม และการเมืองมาโดยตลอด และเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีผู้มาเยี่ยมเยียนมากที่สุดในประเทศอาร์มีเนีย อาสนวิหารนี้และคริสต์ศาสนสถานโดยรอบอีกจำนวนหนึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000
แสดงความเห็น