Passau

( พัสเซา )

พัสเซาเป็นเมืองมหาวิทยาลัยเมืองหนึ่งที่เป็นเขตอิสระ ในพื้นที่บริหารปกครองของเขตบาเยิร์นตอนล่าง อยู่บริเวณตะเข็บชายแดนติดกับประเทศออสเตรียและเป็นพื้นที่ที่บรรจบกันของแม่น้ำดานูบ แม่น้ำอินน์ และแม่น้ำอิลซ์ จึงถูกขนานนามว่า เมืองแห่งแม่น้ำสามสาย มีประชากรอาศัยอยู่ราว 51,000 คน ซึ่งถือเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเขตปกครอง

การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนแบบพวกเคลต์ ครั้งแรกอยู่ในช่วงวัฒนธรรมลาแตน (La Tène) บนเนินเขาของเขตเมืองเก่า มีท่าเรืออยู่ริมแม่น้ำดานูบ ปัจจุบันความสูงของมันเทียบได้กับศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ทางเข้าไปสู่ป้อมปราการของชนเผ่าโบอี (Boii) ซึ่งเป็นชนเผ่าเคลต์โบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด ชุมชนหลักในพื้นที่การปกครองของโรมันโบราณนี้ถูกยึดครองในช่วงแรกเมื่อ ๑๐๐ ปีหลังคริสตกาลโดยชาวโรมัน และส่วนของจังหวัด Raetia ตำแหน่งที่ตั้งในปัจจุบันของโดมก็มีปราสาทแบบโรมันของพวกปัตตาเวียนเกิดขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตกำแพงป้อมปราการ ชื่อปัตตาวิส (Batavis) มีที่มาจากทหารรับจ้างเผ่าเยอรมันนิคเชื้อสายปัตตาเวอร์ที่ได้กระจัดกระจายอยู่ จาก ปัตตาวิส ก็กลายเป็นชื่อ พัสเซา ในปัจจุบัน ในช่วงปลายจักรวรรดิไคเซอร์ได้มีปราสาท Boiotro หรือ Kastell Boiotro เกิดขึ้นริมชายฝั่งริมแม่น้ำอินน์ในเขต Noricum ของโรมัน กระทั่งการถอนตัวออกไปของพวกโรมัน พัสเซาในช่วงปี ค.ศ. 1600 ในปีค.ศ. 476 ชาวโรมันได้ละทิ้งภูมิภาคนี้ไป จากนั้นชนเผ่า Bajuwaren เชื้อสายเยอรมันนิคก็ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานกว่าครึ่งของเกาะบนคาบสมุทร ในปีค.ศ. 739 พัสเซากลายเป็นที่ประทับของพระสังฆราช ในเวลานี้เองมีการก่อตั้งมหาวิหารนีเดอร์นบวร์ก (Kloster Niedernburg) ขึ้น บางส่วนได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันกับผืนดินในบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำอิลซ์

ในศตวรรษที่ 11 พระนางกิเซล่า ขนิษฐาของจักรพรรดิเฮนรี่ที่สองและยังเป็นราชินีม่ายของพระเจ้าสเตเฟ่น ที่ 1 กษัตริย์แห่งฮังการี ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าของคณะนักบวชหญิง เมื่อปีค.ศ. 999 ได้มีการถ่ายโอนอำนาจปกครองจากพระสังฆราช แห่งพัสเซา ระหว่างปีค.ศ. 1078 – 1099 พระสังฆราชแห่งพัสเซาได้สูญเสียสิทธิชั่วคราวในการปกครองเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ในเขตปกครองของพัสเซาและจากกษัตริย์ไฮน์ริช ที่ 4 และท่านเค้าท์อูลริค แต่ภายหลังจากที่ทั้งสองได้เสียชีวิต สิทธิในการปกครองดังกล่าวก็กลับไปสู่พระสังฆราชตามเดิม

เขตเมืองเก่าริมแม่น้ำอินน์ ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 12 งานช่างโลหะของพัสเซาจัดว่ามีความสำคัญมาก ปีค.ศ. 1217 พัสเซาได้กลายเป็นสังฆมณฑล ในปีค.ศ. 1161 สมเด็จพระจักรพรรดิฟรีดริช บาร์บารอซซา ได้พระราชทานมหาวิหารนีเดอร์นบวร์กให้เป็นที่ประทับขององค์พระสังฆราช พัสเซาได้รับสถานะเป็นเมืองในปีค.ศ. 1225 มีการก่อกบฏหลายครั้งของประชาชนต่อการปกครองของมุขนายกผู้ครองนคร การก่อกบฏครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปีค.ศ.1367-1368 แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ในด้านอื่นๆสังฆมณฑลได้เจริญไปสู่ความมั่งคั่งอย่างมากซึ่งมักกระตุ้นความโลภของดินแดนใกล้เคียงอยู่เนืองๆทั้งที่บาเยิร์นและออสเตรีย

เมื่อปีค.ศ.1622-1633 ได้มีการก่อตั้งวิทยาลัยปรัชญาและศาสนาขึ้น ปีค.ศ.1676 มีงานอภิเษกระหว่างกษัตริย์ลีโอโพล ที่ 1 กับ เอเลโอโนเร่ แห่งฟาล์ซ-นอยบวร์ก หลายต่อหลายครั้งที่พัสเซาต้องเผชิญกับอุทกภัยและอัคคีภัย ปีค.ศ.1662 เกิดไฟไหม้จนเมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยเศษอิฐหินและขี้เถ้า หลังจากนั้นมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่อีกครั้งโดยฝีมือสถาปนิกชาวอิตาเลียนสองคนคือ Carlone และ Lurago ทำให้เมืองในปัจจุบันมีกลิ่นอายของศิลปะบาร็อค


พัสเซา - Passau
Passau-Rathaus-Dom-06-2017-gje.jpg 
Passau-64-Panorama donau-aufwaerts-2006-gje.jpg 
Passau-77-Innbrueckgasse-2017-gje.jpg 
Passau-06-2003-gje.jpg 
Passau-74-Innkai-Schaiblingsturm-2017-gje.jpg 
Passau-Dom-02-2017-gje.jpg 
Passau-Dom-22-zur Empore-2017-gje.jpg 
Passau-St Paul-10-Himmelfahrt-2017-gje.jpg 
Photographies by:
Tina Chatzidis - CC BY-SA 4.0
Statistics: Position
2377
Statistics: Rank
124562

แสดงความเห็น

CAPTCHA
Security
612879435Click/tap this sequence: 6342
Esta pregunta es para comprobar si usted es un visitante humano y prevenir envíos de spam automatizado.

Google street view

Where can you sleep near พัสเซา ?

Booking.com
9.001.927 visits in total, 407.503 Points of interest, 405 Destinations, 2.071 visits today.