España
ประเทศสเปนContext of ประเทศสเปน
สเปน (อังกฤษ: Spain; สเปน: España, [esˈpaɲa] ( ฟังเสียง), เอสปัญญา) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรสเปน (อังกฤษ: Kingdom of Spain; สเปน: Reino de España) เป็นประเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรีย มีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเทือกเขาพิรินี ทางทิศเหนือติดกับอันดอร์รา และอ่าวบิสเคย์ ทางทิศใต้ติดกับยิบรอลตาร์ และทางทิศตะวันตกติดกับโปรตุเกสและมหาสมุทรแอตแลนติก อาณาเขตของสเปนยังรวมถึงหมู่เกาะคะแนรีในมหาสมุทรแอตแลนติก หมู่เกาะแบลีแอริกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งนครปกครองตนเองได้แก่ เซวตา และ เมลียา และดินแดนโพ้นทะเลบริเวณปลาซัสเดโซเบรานิอา
ด้วยพื้นที่ 505,990 ตารางกิโลเมตร (195,360 ตารางไมล์) สเปนจึงเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปใต้ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในยุโรปตะวันตกและสหภาพยุโรป และเป็นอันดับ 4 ในทวีปยุโรป และด้...อ่านต่อ
สเปน (อังกฤษ: Spain; สเปน: España, [esˈpaɲa] ( ฟังเสียง), เอสปัญญา) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรสเปน (อังกฤษ: Kingdom of Spain; สเปน: Reino de España) เป็นประเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรีย มีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเทือกเขาพิรินี ทางทิศเหนือติดกับอันดอร์รา และอ่าวบิสเคย์ ทางทิศใต้ติดกับยิบรอลตาร์ และทางทิศตะวันตกติดกับโปรตุเกสและมหาสมุทรแอตแลนติก อาณาเขตของสเปนยังรวมถึงหมู่เกาะคะแนรีในมหาสมุทรแอตแลนติก หมู่เกาะแบลีแอริกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งนครปกครองตนเองได้แก่ เซวตา และ เมลียา และดินแดนโพ้นทะเลบริเวณปลาซัสเดโซเบรานิอา
ด้วยพื้นที่ 505,990 ตารางกิโลเมตร (195,360 ตารางไมล์) สเปนจึงเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปใต้ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในยุโรปตะวันตกและสหภาพยุโรป และเป็นอันดับ 4 ในทวีปยุโรป และด้วยประชากรกว่า 47 ล้านคน สเปนจึงเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 6 ของยุโรป และมากเป็นอันดับ 4 ในสหภาพยุโรป เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือกรุงมาดริด และมีเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ บาร์เซโลนา, บาเลนเซีย, เซบิยา, ซาราโกซา, มาลากา, มูร์เซีย, ปัลมาเดมาจอร์กา และบิลเบาโอ มีภาษาราชการคือภาษาสเปน ซึ่งถือเป็นภาษาแม่ที่ถูกใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านคน
มนุษย์ยุคใหม่เดินทางมาตั้งถิ่นฐานบริเวณคาบสมุทรไอบีเรียเมื่อประมาณ 42,000 ปีที่แล้ว ชนชาติต่าง ๆ ได้เข้ามามีอิทธิพลในดินแดนที่เป็นประเทศสเปนตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น เคลต์ ไอบีเรียน โรมัน วิซิกอท และมัวร์ ต่อมา ชาวเมดิเตอร์เรเนียน เช่น ฟินิเชีย และ กรีก ได้เข้ามาตั้งรกรากและทำการค้าบริเวณริมชายฝั่ง และชาวฟินิเซียตะวันตกได้ยึดครองบริเวณนี้ในช่วงเวลาสั้น ๆ และตั้งแต่ 218 ปีก่อนคริสต์ศักราช การล่าอาณานิคมของชาวโรมันในฮิสเปเนียได้เริ่มต้นขึ้น และพวกเขาได้ครอบครองดินแดนของสเปนในระยะเวลาอันรวดเร็ว และได้ขับไล่ชาวฟินิเซียออกจากอาณาเขตในช่วง 206 ปีก่อนคริสต์ศักราช และชาวโรมันได้ทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ารวมถึงภาษา ศาสนา กฎหมาย และการเมืองการปกครองเอาไว้ ฮิสเปเนียยังเป็นแหล่งกำเนิดของจักรพรรดิโรมัน เช่น จักรพรรดิไตรยานุส และ ฮาดริอานุส ฮิสปาเนียยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของโรมันกระทั่งการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกในศตวรรษที่ 5 ในช่วงเวลานี้ บริเวณคาบสมุทรถูกปกครองโดยกลุ่มชาติพันธุ์โบราณต่าง ๆ เช่น แวนดัล, วิซิกอท และ อลันส์ ในขณะที่ส่วนหนึ่งของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตกเป็นของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ก่อนที่ราชอาณาจักรวิซิกอทจะขึ้นมาเรืองอำนาจในบริเวณนี้ในช่วงศตวรรษที่ 5
ในยุคกลาง อาณาจักรวิซิกอทถูกรุกรานโดยรัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์ ส่งผลให้พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การปกครองของชาวมุสลิมเป็นเวลากว่า 700 ปี ในช่วงเวลานั้น อัลอันดะลุสได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าในบริเวณนี้ โดยมีกอร์โดบาเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในยุโรป และอาณาจักรของชาวคริสเตียนยังได้ถือกำเนิดขึ้น เช่น เลออน, กัสติยา, อารากอน, นาวาร์ และโปรตุเกส ชาวมัวร์ยังคงหลงเหลืออยู่ในคาบสมุทรไอบีเรียจนกระทั่งใน ค.ศ. 1492 ซึ่งเป็นปีที่ราชอาณาจักรกัสติยาและอารากอนสามารถขับไล่ชาวมัวร์ออกไปได้สำเร็จหลังจากเกิดกระบวนการพิชิตดินแดนคืนที่ยาวนานถึง 770 ปี การค้นพบโลกใหม่ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในนามของพระมหากษัตริย์คาทอลิกแห่งสเปน นำไปสู่การกำเนิดจักรวรรดิสเปนที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ชาวยิวและมุสลิมในประเทศถูกบังคับให้หันมานับถือนิกายโรมันคาทอลิก ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและสังคมส่งผลให้สเปนกลายเป็นประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในยุโรปขณะนั้น และขึ้นชื่อในด้านการล่าอาณานิคม ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 สเปนมีการปกครองระบอบเผด็จการภายใต้การนำของฟรังโก และต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งกินเวลาหลายทศวรรษนำไปสู่สงครามกลางเมือง ก่อนที่ระบอบฟรังโกจะสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1975 ในปัจจุบันสเปนกลายเป็นรัฐโลกวิสัยซึ่งปกครองโดยพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญและรัฐสภา ที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่มีการผ่านรัฐธรรมนูญเมื่อ ค.ศ. 1978 ปัจจุบันสเปนมีสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 เป็นประมุข
สเปนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และมีรายได้ต่อหัวของประชากรสูง โดยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลกตามการจัดอันดับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และเป็นอันดับที่ 16 ตามการจัดอันดับความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ สเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการคาดหมายคงชีพสูง โดยอายุขัยเฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ 83.5 ปี ใน ค.ศ. 2019 และยังมีระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพติดอันดับโลก โดยขึ้นชื่อในด้านการปลูกถ่าย และการบริจาคอวัยวะ สเปนเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป, ยูโรโซน, สภายุโรป, องค์การรัฐไอบีโร-อเมริกา, สหภาพเพื่อเมดิเตอร์เรเนียน, องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ, องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา, องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป, เขตเชงเกน และ องค์การการค้าโลก สเปนยังมีแหล่งมรดกโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกจำนวน 49 แห่ง และเป็นประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากเป็นอันดับ 2 ของโลก วัฒนธรรมสเปน เช่น ภาษา, ศิลปะ, ดนตรี, วรรณกรรม และอาหาร ยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลก และมีอิทธิพลสูงต่อวิถีชีวิตของชาวยุโรปตะวันตกและทวีปอเมริกา